ดอกเบี้ย คืออะไร ทำไมถึงมีการปรับขึ้นลง?
ดอกเบี้ยเงินฝาก คือ อะไร
หากอยากรู้ว่าเมื่อฝากเงินเข้าไปแล้ว จะได้ดอกเบี้ยเท่าไหร่ ก็สามารถหาได้จากสูตรคำนวณหาดอกเบี้ยเงินฝาก นั่นคือ
(เงินฝาก X อัตราดอกเบี้ย X ระยะเวลาการฝาก) / จำนวนวันในหนึ่งปี
ตัวอย่าง เช่น นาย B ฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ 100,000 บาท ในวันที่ 2 มกราคม 2567 อัตราดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี โดยกำหนดจ่ายดอกเบี้ย 2 ครั้งต่อปี จะได้ว่า
ดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับในงวดแรก คือ
100,000X0.5%X179(1)/365 = 245.20
เมื่อรวมเงินต้นเข้ากับดอกเบี้ยที่ได้รับจะได้ว่า
100,000+245.20 = 100,245.20 บาท
ดังนั้นดอกเบี้ยเงินฝากที่นาย B จะได้รับในครึ่งปีหลัง คือ
100,245.20X0.5%X184(2)/365 = 252.67 บาท
ด้วยกลไกของดอกเบี้ยเงินฝาก หากนาย B ฝากเงินต่อเนื่อง โดยไม่ถอนออกมาเลย นาย B จะได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากดอกเบี้ยทบต้น
(1)จำนวนวันตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม - 29 มิถุนายน คือ 179 วัน
(2)จำนวนวันตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน - 30 ธันวาคม คือ 184 วัน
ดอกเบี้ยเงินกู้ คืออะไร
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate)
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Float Rate)
ดอกเบี้ยลอยตัว คือ ดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยดอกเบี้ยประเภทนี้ไม่ได้ระบุอัตราดอกเบี้ยตรงตัว แต่จะแทนที่ด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ พร้อมเครื่องหมายบวกลบ ตัวอย่างเช่น MRR+1 หรือ MLR-1 ซึ่งมักพบเห็นได้บ่อยในดอกเบี้ยบ้าน
โดย MRR คือ Minimum Retail Rate หรืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ใช้ในการคำนวณดอกเบี้ยบ้านมากที่สุด
MLR คือ Minimum Loan Rate เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี บางธนาคารพาณิชย์อาจใช้อัตราดอกเบี้ย MLR อ้างอิงในการคำนวณอัตราดอกเบี้ยบ้านแบบลอยตัว แทนที่จะเป็น MRR
ส่วนอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอีกประเภทเรียกว่า MOR หรือก็คือ Minimum Overdraft Rate เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ธนาคารเรียกเก็บกับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีที่ขอสินเชื่อ OD สำหรับเป็นเงินกู้หมุนเวียนทำธุรกิจระยะสั้น
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบผสม (Mixed Rate Loan)
ดอกเบี้ยแบบผสมเป็นการนำอัตราดอกเบี้ยคงที่รวมเข้ากับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยในช่วงแรกคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะคิดแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เช่น สินเชื่อบ้านที่คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.5% ในช่วง 3 ปีแรก แต่ดอกเบี้ยปีที่ 3 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยปรับเป็นเรตลอยตัว คิดแบบ MRR+1% เป็นต้น
จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภทสามารถจำแนกวิธีคำนวณดอกเบี้ยได้ออกเป็น 2 วิธีนั่นคือ ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) และดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) โดยวิธีคิดแบบลดต้นลดดอกได้รับความนิยมมากที่สุด มีสูตรคำนวณคือ
(เงินต้นคงเหลือ X อัตราดอกเบี้ยต่อปี X จำนวนวันในงวด) / จำนวนวันในหนึ่งปี
20,000X25%X20/365 = 273.97 บาท
ดังนั้นเมื่อรวมเงินต้นเข้ากับดอกเบี้ยในงวดนั้น นาย A จ่ายดอกเบี้ยรวมเงินต้นทั้งสิ้น 20,273.97 บาท ซึ่งหลักการคิดดอกเบี้ยดังกล่าว หากผ่อนชำระคืนเงินต้นสม่ำเสมอ จะช่วยให้ดอกเบี้ยในงวดถัดไปลดลง เนื่องจากการคำนวณดอกเบี้ยว่าเป็นเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินต้นเป็นหลัก
ดอกเบี้ยเกิดขึ้นตอนไหนได้บ้าง?
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าอัตราดอกเบี้ยมีทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยการเกิดขึ้นของดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จ่ายดอกเบี้ย 2 ครั้งต่อปีในช่วงเดือนมิถุนายน กับธันวาคม ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด 4 ครั้งภายในหนึ่งปี
ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลดต้นลดดอกคิดคำนวณบนสมมติฐานว่าลูกหนี้ค้างชำระเป็นรายวัน ทำให้ยิ่งค้างชำระนานเท่าไหร่ ยิ่งจ่ายดอกเบี้ยยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าจ่ายคืนเงินต้นมาก ดอกเบี้ยก็ยิ่งลดลงตามไปด้วย ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ อย่างสินเชื่อรถยนต์ ไม่ได้อ้างอิงการคำนวณตามระยะเวลาที่ลูกหนี้ค้างชำระ แต่คำนวณบนสมมติฐานว่าระยะเวลาผ่อนชำระมีทั้งหมดกี่งวด ทำให้ยิ่งผ่อนนาน ดอกเบี้ยยิ่งสูงตามเวลาผ่อนส่ง
สรุป ดอกเบี้ย คือ อะไรกันแน่
ดอกเบี้ย คือ กลไกสำคัญที่ช่วยควบคุมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วยดอกเบี้ยเงินกู้ และดอกเบี้ยเงินฝาก ไม่สามารถขาดดอกเบี้ยในส่วนใดส่วนหนึ่งได้ และในปัจจุบันเป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวสูงทำให้เศรษฐกิจฝืดเคือง เพราะดอกเบี้ยนโยบายต่อปีล่าสุด คือ 2.5% ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น จนมนุษย์เงินเดือนผ่อนชำระหนี้ก้อนเดิมไม่ไหว เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ควรมองหาตัวช่วยอย่าง บัตรกดเงินสด KTC PROUD บัตรกดเงินสดที่ให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 1 ล้านบาท สมัครออนไลน์ง่ายๆ กดเงินสดได้ อนุมัติเร็ว
บัตรกดเงินสดตัวช่วยบริหารสภาพคล่องทางการเงิน
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย คือ 25% ต่อปี



